การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ที่เหลือจากการใช้งาน ให้อัตราการงอกนั้นยังคงอยู่ไว้ หัวใจสำคัญคือการควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ เพราะความร้อนและความชื้นคือตัวการสำคัญทำให้เมล็ดพันธุ์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นค่ะ


วิธีเก็บรักษาแบบมืออาชีพ
1. ไล่ความชื้นและปิดซองให้สนิท
หากเป็นซองเดิมที่ตัดหรือฉีกใช้ ให้พับปากซองหลายๆทบ ใช้เทปกาวหรือคลิปหนีบให้แน่น ให้ความสำคัญกับความมิดชิด ปลอดภัยจากความชื้น และอากาศรั่วซึม แนะนำให้ซ้อนซองเมล็ดพันธุ์ในถุงซิปล็อกอีกชั้นหนึ่ง หรือเลือกใช้ขวดแก้วมีจุกฝาล็อคมิดชิด เพื่อป้องกันอากาศเข้า
2. ตัวช่วยดูดความชื้น
หาใส่ ซองกันชื้น (Silica Gel) ลงไปในภาชนะที่จัดเก็บเมล็ดด้วย หากไม่มีสามารถใช้ ข้าวสารหรือถ่านก้อนเล็กๆ ห่อผ้าขาวบางใส่ลงไปแทนได้ค่ะ
3. สถานที่เก็บสำคัญมาก
เก็บในที่มืด แห้ง และเย็น เช่น ตู้เก็บของที่ไกลจากหน้าต่าง หรือผนังทิศตะวันตกที่สะสมความร้อน, เก็บชั้นล่างๆดีกว่าชั้นบนสูง และไม่โดนแสงแดดส่อง
ใส่ขวดแก้วฝาล็อคมิดชิด หรือกล่องพลาสติกสุญญากาศแล้วแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา ตำแหน่งวางเหมาะสม (ประมาณ5-10องศาเซลเซียส) เลี่ยงวางตำแหน่งประตูตู้เย็น วิธีนี้จะช่วยสตาฟฟ์เมล็ดพันธุ์ให้มีอายุยืนยาวได้นานขึ้นเป็นปีเลยค่ะ
4. จดบันทึก
เขียน
วันที่เปิดซองและวันที่เก็บ ไว้ที่หน้าซอง เป็นข้อมูลที่จะช่วยให้เราติดตามและคาดเดาอายุขัยของเมล็ดรุ่นนั้นๆ
เนื่องจากเมล็ดพันธุ์แต่ละชนิดมีอายุขัยไม่เท่ากันนะคะ หากเก็บอยู่ในสภาพที่เหมาะสมแล้ว ผักตระกูลแตงหรือฟัก, ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น เมล่อน, แตงกวา, ฟักทอง, กะหล่ำ, หัวไชเท้า, พริก, มะเขือเทศ, มะเขือ จะสามารถเก็บได้นานหลายปี .. แต่พืชผักใบบางชนิด เช่น ผักชี, ต้นหอม, หัวหอม, ผักสลัดจะเสื่อมสภาพค่อนข้างไว ไม่เกิน 6 เดือน-1 ปีค่ะ
