เมล็ดที่เหลือเก็บอย่างไร?

 


การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ที่เหลือจากการใช้งาน ให้อัตราการงอกนั้นยังคงอยู่ไว้ หัวใจสำคัญคือการควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ เพราะความร้อนและความชื้นคือตัวการสำคัญทำให้เมล็ดพันธุ์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นค่ะ

💁🏻‍♀️🫘
วิธีเก็บรักษาแบบมืออาชีพ
​1. ไล่ความชื้นและปิดซองให้สนิท
​หากเป็นซองเดิมที่ตัดหรือฉีกใช้ ให้พับปากซองหลายๆทบ ใช้เทปกาวหรือคลิปหนีบให้แน่น ให้ความสำคัญกับความมิดชิด ปลอดภัยจากความชื้น และอากาศรั่วซึม แนะนำให้ซ้อนซองเมล็ดพันธุ์ในถุงซิปล็อกอีกชั้นหนึ่ง หรือเลือกใช้ขวดแก้วมีจุกฝาล็อคมิดชิด เพื่อป้องกันอากาศเข้า
​2. ตัวช่วยดูดความชื้น
หาใส่ ซองกันชื้น (Silica Gel) ลงไปในภาชนะที่จัดเก็บเมล็ดด้วย ​หากไม่มีสามารถใช้ ข้าวสารหรือถ่านก้อนเล็กๆ ห่อผ้าขาวบางใส่ลงไปแทนได้ค่ะ
​3. สถานที่เก็บสำคัญมาก
⭐️⭐️⭐️ ​ระดับดี
เก็บในที่มืด แห้ง และเย็น เช่น ตู้เก็บของที่ไกลจากหน้าต่าง หรือผนังทิศตะวันตกที่สะสมความร้อน, เก็บชั้นล่างๆดีกว่าชั้นบนสูง และไม่โดนแสงแดดส่อง
⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ ​ระดับดีมาก
ใส่ขวดแก้วฝาล็อคมิดชิด หรือกล่องพลาสติกสุญญากาศแล้วแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา ตำแหน่งวางเหมาะสม (ประมาณ5-10องศาเซลเซียส) เลี่ยงวางตำแหน่งประตูตู้เย็น วิธีนี้จะช่วยสตาฟฟ์เมล็ดพันธุ์ให้มีอายุยืนยาวได้นานขึ้นเป็นปีเลยค่ะ
​4. จดบันทึก
​เขียน ✏️ วันที่เปิดซองและวันที่เก็บ ไว้ที่หน้าซอง เป็นข้อมูลที่จะช่วยให้เราติดตามและคาดเดาอายุขัยของเมล็ดรุ่นนั้นๆ
เนื่องจากเมล็ดพันธุ์แต่ละชนิดมีอายุขัยไม่เท่ากันนะคะ หากเก็บอยู่ในสภาพที่เหมาะสมแล้ว ผักตระกูลแตงหรือฟัก, ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น เมล่อน, แตงกวา, ฟักทอง, กะหล่ำ, หัวไชเท้า, พริก, มะเขือเทศ, มะเขือ จะสามารถเก็บได้นานหลายปี .. แต่พืชผักใบบางชนิด เช่น ผักชี, ต้นหอม, หัวหอม, ผักสลัดจะเสื่อมสภาพค่อนข้างไว ไม่เกิน 6 เดือน-1 ปีค่ะ
💡เก็บไว้นอกตู้เย็น แนะนำเติมสมุนไพรเพื่อช่วยป้องกันเมล็ดจากมอดและแมลงรบกวน เช่น ใบมะกรูดแห้ง, พริกแห้ง, เมล็ดพริกไทยดำ